อดีของกางเกงยีนส์คือคุณสามารถสวมใส่ได้ในทุกเวลาทุกโอกาส ไม่ว่าจะคุณใส่เพื่อทำความสะอาดโรงรถ ไปทำงาน หรือใส่ไปปาร์ตี้ก็ตามที คุณสามารถสวมยีนส์คู่ใจไปไหนต่อไหนได้ตลอดเวลาเลยค่ะ แต่การหายีนส์ตัวโปรดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะคะ การที่คุณจะซื้อยีนส์ทั้งทีก็จะต้องรู้จักวิธีการเลือกแบบให้เหมาะกับรูปร่างและข้อสำคัญเมื่อคุณสวมใส่แล้วจะทำให้รูปร่างของคุณดูเพรียวขึ้นกว่าปกติ เรามีคำแนะนำในการเลือกยีนส์ข้างล่างนี้เพื่อให้คุณได้ค้นหายีนส์คู่ใจดูสักตัวนะคะ ว่าคุณจะสวมใส่แล้วจะเพิ่มความสวยเพรียวให้กับรูปร่างคุณขนาดไหน
- กระเป๋าหลังมีขนาดใหญ่เพื่อเสริมให้ก้นคุณดูกลมกลึงยิ่งขึ้น
- กระเป๋าหลังแบบปาดเฉียงเข้าหากันจะช่วยเสริมให้บั้นท้ายของคุณดูเด่นชวนมองเพิ่มขึ้นอีกด้วยนะคะ สำหรับยีนส์เอวสูงก็จะช่วยเสริมบั้นท้ายให้สวยน่ามองได้เช่นกัน
- ยีนส์ที่มีระดับเอวแบบตัววีจะช่วยยกบั้นท้ายของคุณให้เต็มยิ่งขึ้น ส่วนเอวแบบทรงตัวเอจะทำให้บั้นท้ายดูกว้างขึ้นค่ะ
บั้นท้ายใหญ่ – ให้หลีกเลี่ยงยีนส์สีสดใสและทางที่ดีควรเลือกยีนส์สีเข้มจะเป็นการดีกว่าค่ะ หากคุณมีสะโพกค่อนข้างกว้างก็ควรหลีกเลี่ยงยีนส์จำพวกสกินนี่นะคะ เราขอแนะนำให้เลือกทรงขาตรงแทนหรือแบบที่มีกระเป๋าหลังตรงกับบั้นท้ายพอดีเพื่อทำให้ส่วนล่างของคุณดูสวยขึ้น การที่คุณเลือกยีนส์ที่มีความระดับเอวสูงหรือเอวปกติมันจะยิ่งทำให้ขาของคุณดูสั้นลงและอ้วนขึ้นเมื่อยีนส์ของคุณหลวม
บั้นท้ายแบน - หากคุณมีต้นขาเล็กก็ให้เลือกยีนส์สีฟอกที่เน้นสีสันสดใสจะดีกว่าค่ะ เพราะมันจะช่วยเสริมบั้นท้ายของคุณให้ดูใหญ่ขึ้น สำหรับยีนส์ที่มีกระเป๋าหลังแบบปาดเฉียงและเข้าทรงแบบตัวเอจะเหมาะกับคนที่มีรูปร่างลักษณะนี้มากที่สุด ดังนั้น สกินนี่ยีนส์จะกลายเป็นเพื่อนรักคู่ใจของคุณได้สบายเลยค่ะ ส่วนยีนส์ทรงเอวต่ำจะช่วยเสริมบั้นท้ายของคุณให้ดูเต็มขึ้นและยังทำให้สะโพกดูผายขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยเสริมรูปร่างของคุณให้ได้ทรวดทรงสวยงามด้วยเช่นกัน และที่สำคัญนะคะคุณควรหลีกเลี่ยงยีนส์ทรงหลวมเพราะจะยิ่งเน้นบั้นท้ายของคุณให้ดูแบนราบ
สะโพกผาย - หากคุณเป็นคนมีสะโพกและบั้นท้ายผาย ให้ลองเลือกกางเกงยีนส์ทรงขาตรงสีเข้มที่มีเอวสูงดูนะคะ เพราะจะช่วยพรางหุ่นของคุณให้ดูเพรียวลมยิ่งขึ้น แต่ไม่ควรเลือกสกินนี่ยีนส์เพราะจะยิ่งเน้นบั้นท้ายให้ดูมีขนาดใหญ่เพิ่มยิ่งขึ้น และหากคุณอยากเน้นให้สะโพกของคุณดูผายมากกว่าเดิมก็ให้เลือกยีนส์ทรงยาวที่มีกระเป๋าหลังด้วยนะคะ
สำหรับคุณที่มีบั้นท้ายในลักษณะนี้จะสามารถสวมใส่ยีนส์ทรงหลวมได้อย่างสวยงามเลยค่ะ โดยให้เลือกทรงที่ฟิตนิดหน่อยช่วงบั้นท้ายแต่จะหลวมนิดๆ บริเวณต้นขา (ไม่ควรหลวมมากเกินไปนะคะเพราะจะทำให้ต้นขาของคุณดูใหญ่เกินไป)
บั้นท้ายทรงลูกแพร์ - หลังจากที่คุณมีลูกหนึ่งคนหรือมากกว่านั้น รูปร่างของคุณจะเป็นเหมือนทรงลูกแพร์ค่ะ นั่นคือช่วงบนของคุณจะดูเล็กแต่ช่วงล่างจะใหญ่ ดังนั้นเราขอแนะนำให้คุณเลือกใส่ยีนส์ทรงวี- ฟิตนะคะ เพราะมันจะช่วยยกก้นให้ดูกระชับขึ้น และเลือกแบบที่มีกระเป๋าหลังสูง และมีความสูงของเอวในระดับธรรมดาหรือค่อนข้างสูงค่ะ หากขาของคุณดูเล็กเรียวก็สามารถใส่สกินนี่ยีนส์ได้ค่ะ ส่วนคุณที่มีสะโพกใหญ่หรือขาค่อนข้างสั้นก็ให้เลือกใส่ยีนส์ทรงขาตรงจะดูสวยกว่าค่ะ และให้คุณหลีกเลี่ยงยีนส์ทรงหลวมเพราะจะยิ่งเน้นรูปร่างทรงลูกแพร์มากยิ่งขึ้น
บั้นท้ายกลมกลึง หรือฟิตสวย– หากคุณเป็นสาวบั้นท้ายกลมกลึงและฟิตเปรี๊ยะจากการออกกำลังกาย หรือรูปร่างดีมาตั้งแต่เกิดเลย แหม...ช่างโชคดีจริงๆ เลยค่ะ เพราะคุณจะสามารถใส่ยีนส์ทรงไหนก็ดูสวยไปหมด แม้แต่ยีนส์ทรงหลวม! เพราะฉะนั้นคุณควรเลือกยีนส์ให้หลากหลายแบบ หลายสไตล์ และหลากสีสันไว้เพื่ออวดรูปร่างอันแสนสวยของคุณให้สนุกไปเลย
คำแนะนำในการเลือกยีนส์แบบง่ายๆ นะคะ
ยีนส์แบบเอวสูง – จะเน้นสะโพกของคุณแต่ก็จะช่วยทำให้ขาดูเพรียวยาวยิ่งขึ้น
ยีนส์แบบเอวต่ำ – จะทำให้บั้นท้ายของคุณดูใหญ่ขึ้น และขาดูสั้นลง
ยีนส์แบบเอวธรรมดา – จะมีผลต่อรูปร่างของคุณน้อยมากค่ะ
สี
ยีนส์ฟอกสีซีด และสีสดใส–ทำให้คุณดูตัวโตยิ่งขึ้นนะคะ
ยีนส์ฟอกสีเข้ม– จะทำให้ขนาดของบั้นท้าย ต้นขา และสะโพกของคุณดูลดลง
ยีนส์สีปกติ – จะมีผลต่อรูปร่างของคุณ
1. ชุดประจำชาติของประเทศมาเลเซีย
สำหรับชุดประจำชาติมาเลเซียของผู้ชาย เรียกว่า บาจู มลายู (Baju Melayu) ประกอบด้วยเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวที่ทำจากผ้าไหม ผ้าฝ้าย หรือโพลีเอสเตอร์ที่มีส่วนผสมของผ้าฝ้าย ส่วนชุดของผู้หญิงเรียกว่า บาจูกุรุง (Baju Kurung) ประกอบด้วยเสื้อคลุมแขนยาว และกระโปรงยาว
2. ชุดประจำชาติของประเทศเวียดนาม
อ่าวหญ่าย (Ao dai) เป็นชุดประจำชาติของประเทศเวียดนามที่ประกอบไปด้วยชุดผ้าไหมที่พอดีตัวสวมทับกางเกงขายาวซึ่งเป็นชุดที่มักสวมใส่ในงานแต่งงานและพิธีการสำคัญของประเทศ มีลักษณะคล้ายชุดกี่เพ้าของจีน ในปัจจุบันเป็นชุดที่ได้รับความนิยมจากผู้หญิงเวียดนาม ส่วนผู้ชายเวียดนามจะสวมใส่ชุดอ่าวหญ่ายในพิธีแต่งงาน หรือพิธีศพ
3. ชุดประจำชาติของประเทศพม่า
ชุดประจำชาติของชาวพม่าเรียกว่า ลองยี (Longyi) เป็นผ้าโสร่งที่นุ่งทั้งผู้ชายและผู้หญิง ในวาระพิเศษต่าง ๆ ผู้ชายจะใส่เสื้อเชิ้ตคอปกจีนแมนดารินและเสื้อคลุมไม่มีปก บางครั้งจะใส่ผ้าโพกศีรษะที่เรียกว่า กอง บอง (Guang Baung) ด้วย ส่วนผู้หญิงพม่าจะใส่เสื้อติดกระดุมหน้าเรียกว่า ยินซี (Yinzi) หรือเสื้อติดกระดุมข้างเรียกว่า ยินบอน (Yinbon) และใส่ผ้าคลุมไหล่ทับ
4. ชุดประจำชาติของประเทศบรูไน
ชุดประจำชาติของบรูไนคล้ายกับชุดประจำชาติของผู้ชายประเทศมาเลเซีย เรียกว่า บาจู มลายู (Baju Melayu) ส่วนชุดของผู้หญิงเรียกว่า บาจูกุรุง (Baju Kurung) แต่ผู้หญิงบรูไนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใส โดยมากมักจะเป็นเสื้อผ้าที่คลุมร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ส่วนผู้ชายจะแต่งกายด้วยเสื้อแขนยาว ตัวเสื้อยาวถึงเข่า นุ่งกางเกงขายาวแล้วนุ่งโสร่ง เป็นการสะท้อนวัฒนธรรมสังคมแบบอนุรักษ์นิยม เพราะบรูไนเป็นประเทศมุสสิม จึงต้องแต่งกายมิดชิดและสุภาพเรียบร้อย
5. ชุดประจำชาติของประเทศลาว
ผู้หญิงลาวนุ่งผ้าซิ่น และใส่เสื้อแขนยาวทรงกระบอก สำหรับผู้ชายมักแต่งกายแบบสากล หรือนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อชั้นนอกกระดุมเจ็ดเม็ด คล้ายเสื้อพระราชทานของไทย
6. ชุดประจำชาติของประเทศอินโดนีเซีย
เกบาย่า (Kebaya) เป็นชุดประจำชาติของประเทศอินโดนีเซียสำหรับผู้หญิง มีลักษณะเป็นเสื้อแขนยาว ผ่าหน้า กลัดกระดุม ตัวเสื้อจะมีสีสันสดใส ปักฉลุเป็นลายลูกไม้ ส่วนผ้าถุงที่ใช้จะเป็นผ้าถุงแบบบาติก ส่วนการแต่งกายของผู้ชายมักจะสวมใส่เสื้อแบบบาติกและนุ่งกางเกงขายาวหรือเตลุก เบสคาพ (Teluk Beskap) ซึ่งเป็นการแต่งกายแบบผสมผสานระหว่างเสื้อคลุมสั้นแบบชวาและโสร่ง และนุ่งโสร่งเมื่ออยู่บ้านหรือประกอบพิธีละหมาดที่มัสยิด
7. ชุดประจำชาติของประเทศฟิลิปปินส์
ผู้ชายจะนุ่งกางเกงขายาวและสวมเสื้อที่เรียกว่า บารอง ตากาล็อก (barong Tagalog) ซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าใยสัปปะรด มีบ่า คอตั้ง แขนยาว ที่ปลายแขนเสื้อที่ข้อมือจะปักลวดลาย ส่วนผู้หญิงนุ่งกระโปรงยาว ใส่เสื้อสีครีมแขนสั้นจับจีบยกตั้งขึ้นเหนือไหล่คล้ายปีกผีเสื้อ เรียกว่า บาลินตาวัก (balintawak)
8. ชุดประจำชาติของประเทศไทย
สำหรับชุดประจำชาติอย่างเป็นทางการของไทย รู้จักกันในนามว่า "ชุดไทยพระราชนิยม"โดยชุดประจำชาติสำหรับสุภาพบุรุษ จะเรียกว่า "เสื้อพระราชทาน"
สำหรับสุภาพสตรีจะเป็นชุดไทยที่ประกอบด้วยสไบเฉียง ใช้ผ้ายกมีเชิงหรือยกทั้งตัว ซิ่นมีจีบยกข้างหน้า มีชายพกใช้เข็มขัดไทยคาด ส่วนท่อนบนเป็นสไบ จะเย็บให้ติดกับซิ่นเป็นท่อนเดียวกันหรือ จะมีผ้าสไบห่มต่างหากก็ได้ เปิดบ่าข้างหนึ่ง ชายสไบคลุมไหล่ ทิ้งชายด้านหลังยาวตามที่เห็นสมควร ความสวยงามอยู่ที่เนื้อผ้าการเย็บและรูปทรงของผู้ที่สวม ใช้เครื่องประดับได้งดงามสมโอกาสในเวลาค่ำคืน
โดยชุดไทยพระราชนิยม แบ่งออกเป็น 8 ประเภท ดังนี้
1. ชุดไทยเรือนต้น
2. ชุดไทยจิตรลดา
3. ชุดไทยอมรินทร์
4. ชุดไทยบรมพิมาน
5. ชุดไทยจักรี
6. ชุดไทยจักรพรรดิ
7. ชุดไทยดุสิต
8. ชุดไทยศิวาลัย
9. ชุดประจำชาติของประเทศกัมพูชา
ชุดประจำชาติของกัมพูชาคือ ซัมปอต (Sampot) หรือผ้านุ่งกัมพูชา ทอด้วยมือ มีทั้งแบบหลวมและแบบพอดี คาดทับเสื้อบริเวณเอว ผ้าที่ใช้มักทำจากไหมหรือฝ้าย หรือทั้งสองอย่างรวมกัน ซัมปอตสำหรับผู้หญิงมีความคล้ายคลึงกับผ้านุ่งของประเทศลาวและไทย ทั้งนี้ ซัมปอดมีหลายแบบซึ่งจะแตกต่างกันไปตามชนชั้นทางสังคมของชาวกัมพูชา ถ้าใช้ในชีวิตประจำวันจะใช้วัสดุราคาไม่สูง ซึ่งจะส่งมาจากประเทศญี่ปุ่น นิยมทำลวดลายตามขวาง ถ้าเป็นชนิดหรูหราจะทอด้ายเงินและด้ายทอง
10. ชุดประจำชาติประเทศสิงคโปร์
สิงคโปร์ไม่มีชุดประจำชาติเป็นของตนเอง เนื่องจากประเทศสิงคโปร์แบ่งออกเป็น 4 เชื้อชาติหลัก ๆ ได้แก่ จีน มาเลย์ อินเดีย และชาวยุโรป ซึ่งแต่ละเชื้อชาติก็มีชุดประจำชาติเป็นของตนเอง เช่น ผู้หญิงมลายูในสิงคโปร์ จะใส่ชุดเกบาย่า (Kebaya) ตัวเสื้อจะมีสีสันสดใส ปักฉลุเป็นลายลูกไม้ หากเป็นชาวจีน ก็จะสวมเสื้อแขนยาว คอจีน เสื้อผ้าหน้าซ่อนกระดุม สวมกางเกงขายาว โดยเสื้อจะใช้ผ้าสีเรียบหรือผ้าแพรจีนก็ได้




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น